MUSICAHOLIC

MUSICAHOLIC COMMUNITY
 
บ้านCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : 1, 2  Next
ผู้ตั้งข้อความ
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:10 pm

avenged sevenfold

ประวัติวง



เอ เวนเจด เซเวนโฟลด์ (Avenged Sevenfold หรือ A7X ) เป็นวงเฮฟวีเมทัล จากอเมริกา ได้รับรางวัล ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเพลง Bat Country จากงาน เอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส 2006 เริ่มก่อนตั้งวงในปี 1999 โดยอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จคืออัลบั้ม City of Evil ในปี 2005 เอเวนเจด เซเวนโฟลด์ได้ก่อตั้งวงขึ้นเมื่อปี 1999 โดยมีอัลบั้มแรกชื่อว่า Sounding the Seventh Trumpet โดยอัลบั้มนี้ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ที่สมาชิกทั้งหมดของวงนั้นยังอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ได้ออกวางขายกับสังกัด Good Life Recordings หลังจากนั้น Synyster Gates ได้เข้ามาร่วมกับทางวงและทำการอัดเสียงเพลง To End The Rapture ใหม่โดยมี Gates เล่นในเพลงนี้ด้วยและได้วางขายโดย Hopeless Records จากนั้นอัลบั้มต่อมามีชื่อว่า Waking the Fallen ซึ่งยังอยู่กับ Hopeless Records เช่นเดิม อัลบั้มนี้มาแรงจนได้รับคำชมเป็นอย่างมากจากนิตยสารโรลลิงสโตน หลังจากนั้นไม่นานเอเวนเจด เซเวนโฟลด์ ก็ได้เซ็นสัญญากับ Warner Bros. Records. ค่ายที่อยู่ตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงปัจจุบัน Good Life Recordings (2001-2002) Hopeless Records (2002-2004) Warner Bros. Records (2004-ปัจจุบัน) City of Evil อัลบั้มที่ 3 ที่กำหนดออกวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 7 June 2005 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแนวเพลงจากเดิมที่เป็นแบบ Metal Core. M.Shadows เลือกที่จะไม่ร้องแบบ Scream (ตะโกนร้อง,คำรามเสียงแหบๆ) เหมือนกับ 2 อัลบั้มแรกที่เคยทำ นั่นก็คืออัลบั้ม Sounding the seventh trumpet และ Waking the fallen นั่นเอง. เพราะ Shadows มีปัญหาเส้นเลือดแตกในลำคอและต่อมาต้องเข้ารับการผ่าตัดช่วยเหลือให้ดีขึ้น เค้าจึงบอกว่าจุดนี้ที่ทำให้เค้าต้องเปลี่ยนสไตล์การร้องของเค้าเอง. ใน DVD All Excess โปรดิวเซอร์ของวงในอัลบั้มที่ 2 และ 3 “Mudrock” ได้บอกไว้ว่าตั้งแต่ก่อนที่จะมีการทำอัลบั้ม Waking the fallen นั้น M.Shadows ได้พูดคุยกับเขาไว้แล้วว่าต้องการที่จะให้อัลบั้มนี้ใช้การอัดเสียงแบบ Scream ครึ่งนึง ร้องปกติครึ่งนึง และอัลบั้มต่อไปจะไม่ใช้เสียงร้องแบบ Scream (City of Evil) แต่ว่าภายหลัง Shadows ก็ฝึกร้อง Scream ได้ดีขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ที่เค้าต้องเข้ารับการผ่าตัด และยังได้รู้มาช่วยฝึกด้านการใช้เสียงให้ด้วย นั่นคือ “Ron Anderson” ผู้ซึ่งเคยทำงานร่วมกับศิลปินมากมาย อย่างเช่น กลุ่ม Various Artists จาก Axl Rose / Kylie Minogue / Chris Cornell / My Chemical Romance. ผลงานล่าสุด (2007) ในปี 2006 Avenged Sevenfold ได้ออกทัวร์ที่อเมริกา, อังกฤษ, ยุโรป, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นได้มีการยกเลิกทัวร์ในช่วง Fall และ Winter 2006. ทางวงได้ออกมาประกาศว่า กำลังจะมีอัลบั้มใหม่ออกมาเป็นอัลบั้มที่ 4 ตามการที่ตั้งไว้จะมีกำหนดออกจำหน่ายในวันที่ 30 ตุลาคม 2007 ในอเมริกา (ปัจจุบันนี้ได้ออกจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว)

สมาชิกในวง




M. Shadows - Lead vocals, Piano, Guitars (1999-present)

Synyster Gates - Lead guitars, Piano, Vocals (2001-present)

Zacky Vengeance - Rhythm Guitars, Vocals (1999-present)

Johnny Christ - Bass Guitars (2002-present)

The Rev - Drums, Piano, Vocals (1999-present)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:16 pm

FALL OUT BOY

ประวัติวง FALL OUT BOY


ฟอลล์ เอาท์ บอย (Fall Out Boy) เป็นวงป็อปพังก์จากอเมริกา ฟอร์มวงในปี 2001 ประกอบด้วยสมาชิก Patrick Stump (ร้อง,กีตาร์,นักแต่งเพลงหลัก ), Pete Wentz (เบสกีตาร์,ร้อง,นักเขียนเนื้อเพลงหลัก), Joe Trohman (กีตาร์,ร้อง) และ Andy Hurley (กลอง,เพอร์คัชชัน) ได้รับรางวัลจากเวที เอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส จากเพลง Sugar We're Going Down และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ สาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และได้รับรางวัล Teen Choice Awards มาได้อีก 3 รางวัล และเพลง "Dance, Dance" ก็คว้ารางวัลเอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส สาขาเพลงที่ได้รับเลือกจากคนดูมากที่สุดและยังเข้าชิงในสาขามิวสิควิดีโอ ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมอีกด้วย อัลบั้มชุด From Under the Cork Tree ออกวางขายในปี 2005 ได้รับสองแผ่นเสียงทองคำ ขายได้มากกว่า 2.5 ล้านชุดในสหรัฐอเมริกา และต่อมาเดือน กุมภาพันธ์ 2007 ทางวงได้ออกผลงานอัลบั้มชุด Infinity on High ซึ่งสามารถขึ้นชาร์ทที่อันดับ 1 ด้วยยอดขาย 260,000 ชุดในสัปดาห์แรก และมีซิงเกิ้ลแรกคือ "This Ain't a Scene, It's an Arms Race" ขึ้นอันดับ 2 บนชาร์ทซิงเกิ้ลนิตยสารบิลบอร์ด

สมาชิกวง

Patrick Stump

Pete Wentz

Joe Trohman

Andy Hurley
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:18 pm

PANIC! AT THE DISCO

ประวัติวง PANIC! AT THE DISCO


โดยวง นี้มาจาก Lasvegas, Nevada เพลงฝั่งอเมริกาแต่ว่า คล้ายอีโมหน่อยๆ วงนี้มีสวนผสมของอีโมแต่ว่า ไม่ใช่วงที่อีโมจ๋า ที่ต้องทำผมเป๋ ทาขอบตาดำ รัยทำนองนั้นนะ วง P!ATD ฟอร์มวงกันที่ลาสเวกัสเนี่ยละ สมาชิกคนแรกเลยก็คือ Ryan Ross มือกีต้าร์ กับ Speancer Smith มือกลอง แล้วก็มีสมาชิกเพิ่ม คือ Brent Wilson มือเบส กับ Brendon Urie นักร้องนำจ้า ส่วนชื่อวงแปลกๆ แนวๆนี่ได้มาจากเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของเพลง Panic ของวง Name Taken จ้ะ (คลิกดูได้เลยถ้าไม่เชื่อ) เดโมเพลงของเขาบังเอิ๊ญไปเข้าหู Pete Wentz สมาชิกวง Fall Out Boy วงที่ใครๆ หลายคนชอบกกัน แล้วก็เลยถูกชวนไปทำอัลบั้มกันกับ Fueled by Ramen Records ค่ายที่ผลิตเพลงอีโมดังๆ แนวๆ ออกมาเยอะจ้ะ เช่น Fall Out Boy, Paramore, Yellowcard, Jimmy Eat World, The Academy Is..... อ่อ พวกเขาถูกจับเซ็นสัญญาตั้งแต่ยังไม่จบไฮสคูล (สุดยอด!) แล้วก็ทำอัลบั้มโดยมี Matt Squire เป็นโปรดิวเซอร์ค่ะ แล้ววง P!ATD ก็สร้างชื่อ โดยการติดอันดับที่ 112 ใน Billboard 200 Album อันดับที่ 6 ใน Billboard independent chart และอันดับ 1 ใน Billboard heatseeker chart และก็ติดอับดัน 1 ใน Myspace chart และก็ติดท็อปเทนใน PureVolume Artist ค่ะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:21 pm

MY CHEMICAL ROMANCE

ประวัติวง MY CHEMICAL ROMANCE



ใน ช่วงสัปดาห์วันเกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน เจอราร์ด เวย์ ซึ่งเดิมทีทำงานอยู่ในนิวยอร์ก ในอาชีพเกี่ยวกับการออกแบบการ์ตูนทางด้านศิลปะ และสถานที่ทำงานของเขาก็อยู่ไม่ห่างจากตึกเวิร์ดเทรดเซ็นเตอร์เท่าไรนัก เขาได้เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ตอนที่เครื่องบินชนตึก และภาพอันน่าสยดสยองต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นต่อหน้าเขา ความน่าสะพรึงกลัวและเศร้าสลดต่อเหตุการณ์ในครั้งนั้น ก็ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจอันสำคัญในการเริ่มต้นเขียนเพลง "Skylines and Turnstiles" เพื่อแสดงความรู้สึกกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น [2] และเริ่มก่อตั้งวงโดยชวนเพื่อนในสมัยเรียน แมต เพลิสเซียร์ มาเป็นมือกลอง พวกเขาก่อตั้งวงในปี 2000 เริ่มต้นด้วยการแต่งเพลงร่วมกันในช่วงที่เรียนอยู่ที่ไฮสคูล ก่อนที่จะได้มือกีตาร์ เรย์ โตโร มาร่วมงานกับพวกเขาแล้วไม่นานทั้งสามก็ได้สมาชิกครบ 5 คน แต่ทางวงนั้นยังขาดมือเบส เมื่อไมค์กี้ เวย์ น้องชายคนเดียวของเจอราร์ดรู้ว่าพี่ชายอยากก่อตั้งวง แต่ยังขาดแคลนมือเบสอยู่ เขาจึงอาสามารับหน้าที่นี้เอง ถึงแม้ว่าเดิมทีแล้วเขาจะไม่เคยเล่นเบสเลย เขาเสียสละเวลาและพยายามอย่างหนักในการฝึกซ้อมเบสทุกวัน จนในที่สุดก็ได้มาเป็น มือเบสประจำวง และคนสุดท้าย แฟรงค์ ไอเอโร ก็ตามมาเล่นกีตาร์ ชื่อวง มาย เคมิคอล โรแมนซ์ (My Chemical Romance) นั้นนำมาจากหนังสือเรื่อง "Ecstasy: Three tales of chemical romance" ซึ่งประพันธ์โดยนักเขียนชาวสก็อตต์ เออร์วิน เวลช์ (Irvine Welsh) โดยไมค์กี้เป็นผู้เสนอชื่อนี้ขึ้นมา และทุกคนก็มีมติยอมรับชื่อนี้ใช้เป็นชื่อวง หลังจากรวมตัวกันครบพวกเขาก็ได้เริ่มออกทัวร์แถบตะวันออกเฉียงเหนือของ คอร์ริดอร์ (Corridor) เพลงแรกที่ได้บันทึกเสียงในอัลบั้มชุดแรกคือ "Our Lady of Sorrows" มาย เคมิคอล โรแมนซ์ได้เซ็นสัญญากับค่าย อายบอลล์ เรคคอร์ดส์ (Eyeball Records) พร้อมกับเริ่มทำอัลบั้มชุดแรกของวง I Brought You My Bullets, You Brought Me Your Love ออกวางขายในปี 2002 โดยได้ เจออฟฟ์ ริคลีย์ (Geoff Rickly) นักร้องนำวง เติร์สเดย์ (Thursday) มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ [3] ต่อมาทางวงในเซ็นสัญญากับค่ายรีไพรส์ เรคคอร์ดส์ (Reprise Records) สังกัดวอร์เนอร์ มิวสิก (Warner Music) ออกอัลบั้มที่ 2 ชื่อ Three Cheers for Sweet Revenge ออกวางขายในปี 2004 มีเพลงดังในอัลบั้มอย่าง "I'm Not Okay (I Promise) ", "Helena" และ "The Ghost of You" ในอัลบั้มชุดที่ 3 “The Black Parade” ชุดนี้มาย เคมิคอล โรแมนซ์ ร่วมงานกับร่วมกับ ร็อบ คาวัลโญ่ (Rob Cavallo) โปรดิวเซอร์ที่เคยทำงานร่วมกับกรีนเดย์ และอลานิส มอริสเส็ทท์[4] โดยมี “Welcome To The Black Parade” เป็นซิงเกิ้ลแรกที่ขึ้นอันดับ 1 ในอังกฤษ ส่วนในอันดับอัลบั้มในอเมริกาเปิดตัวที่อันดับ 2 มาย เคมิคอล โรแมนซ์ ยังได้โชว์ในงาน Red Carpet On The Rock ซึ่งเป็นงาน Pre-Event ของ “เอ็มทีวี วีดีโอ มิวสิก อวอร์ดส” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2006

สมาชิก

เจอราร์ด เวย์ (Gerard Way)

เรย์ โตโร (Ray Toro)

แฟรงค์ ไอเอโร (Frank Iero)

บ็อบ ไบรเออร์ (Bob Bryar)

ไมค์กี้ เวย์ (Mikey Way) ออกจากวงชั่วคราว
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:24 pm

GOOD CHARLOTTE

ประวัติวง GOOD CHARLOTTE


กู้ด ชาร์ล็อตต์ (Good Charlotte) เป็นวงแนวป็อป-พังค์จาก วาลดอร์ฟ รัฐแมรี่แลนด์ (Waldorf, Maryland) ก่อตั้งวงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 นำโดย 2 พี่น้องฝาแฝด Joel Madden (ร้องนำ) และ Benji Madden (กีต้าร์) ร่วมด้วย 2 เพื่อนสนิท Billy Martin (กีต้าร์) และ Paul Thomas (เบส) มีเพลงฮิตอย่าง “I Just Wanna Live” และ “Girls And Boys” ในงานเอ็มทีวี เอเชีย เอด ,กรุงเทพ กู้ด ชาร์ล็อตต์ได้ฟอร์มตัวกันในปี พ.ศ. 2539 อัลบั้มแรกของพวกเค้าเปิดตัววางแผงในอีก 3 ปีถัดมาหลังจากตั้งวง อัลบั้มต่อมาคือ The Young and the Hopeless ซึ่งวางแผงในเดือนตุลาคม ปี 2545 อัลบั้ม The Young and the Hopeless ได้รับรางวัลแผ่นทองคำขาวมอบโดย RIAA 3 รางวัลจากผลงานเพลง ซิงเกิ้ลดัง คือ "Lifestyles of the Rich and Famous," "Boys and Girls," "Hold On" ทำให้พวกเค้าได้ออกรายการ Saturday Night Live ได้ลงปก หนังสือ Rolling Stone นิตยสารเพลง Alternative Press หนังสือ New York Times ก็ได้ลงรายละเอียดและประวัติของวงนี้ด้วย และนอกจากนั้นพวงกเค้าก็ได้ออก สปอต โฆษณาทาง CNN และ The Today Show วง กู้ด ชาร์ล็อตต์ก็ยังสามารถเรียกคะแนนนิยมจากแฟนๆของ MTV ได้อีกด้วย โดยที่2 พี่น้อง ตระกูล แมดเดน ครั้งนึงได้เป็นพิธีกรรายการ All Things Rock มิวสิกวิดีโอของพวกเค้าก็ติดอันดับบนชาร์ทของ MTV และ MTV2 และในขณะเดียวกันเพลง "The Anthem" ก็ได้รับรางวัล "Viewers Choice" ที่งาน MTV Video Music Awards 2546 ทางวงได้ตระเวนออกทัวร์โดยไม่หยุดพัก ระเบิดพลังให้เห็นบนเวทีทั่วโลกติดต่อกันนานถึง 20 เดือน กู้ด ชาร์ล็อตต์ยังถือโอกาสทำกิจกรรมพิเศษอีกหลายอย่าง ทั้งเป็นนักร้องรับเชิญให้กับเมสท์ ( Mest ) และ เอ็น.อี.อาร์.ดี. (N.E.R.D.) ทำเสื้อผ้ายี่ห้อเลเวล 27 (Level 27) และยี่ห้ออื่นๆ รวมถึงยังทำของเล่นอีกด้วย ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2547 พี่น้องแมดเดนยังทำค่ายเพลงเอง ชื่อว่าดีซี แฟล็ก เร็คคอร์ดส์ (DC Flag Records) โดยทำอัลบั้มให้กับโลลา เรย์ (Lola Ray) และฮาเซน สตรีท (Hazen Street) เมื่อถึงเวลาที่จะออกอัลบั้มที่สาม กู้ด ชาร์ล็อตต์ต้องการที่จะใส่ความสัมพันธ์ของสมาชิกในวง และความติดต่อขอร่วมงานกับอีริค วาเลนไทน์ (Eric Valentine) ผู้อยู่เบื้องหลังการทำงานในอัลบั้มแรก ทางวงทำเพลงเกือบ 30 เพลงตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงสิงหาคม พ.ศ. 2547 ณ แบร์ฟุต สตูดิโอของวาเลนไทน์ในลอสแอนเจลิส อัลบั้มที่ 3 The Chronicles of Life and Death ออกวางขายปี พ.ศ. 2547 อัลบั้มขึ้นอันดับ 3 บิลบอร์ด มีเพลงดังอย่าง "Predictable" และ "I Just Wanna Live" “Good Morning Revival” คือผลงานชุดที่ 4 ของกู้ด ชาร์ล็อตต์ ที่มาพร้อมกับทิศทางดนตรีใหม่ โดยมีการนำซาวนด์ดนตรีที่หลากหลายมาผสมผสานในอัลบั้มนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำอิทธิพลดนตรีแดนซ์ (ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ทางวงกำลังให้ความสนใจ)มาใส่ไว้ในอัลบั้ม, เพลงบัลลาด, ไปจนถึงเพลงร็อกมันๆ โดยในอัลบั้มนี้ กู้ด ชาร์ล็อตต์ได้กลับมาร่วมงานกับ ดอน กิลมอร์ (Don Gilmore) (?ลินคิน พาร์ค ,เอฟริล ลาวีน) โปรดิวเซอร์ชื่อดังที่เคยเป็นโปรดิวเซอร์ในผลงานชุดแรกของวงอีกครั้ง ประเดิมซิงเกิ้ลแรกด้วย “Keep Your Hands Off My Girl” ในงานเอ็มทีวี เอเชีย เอด ,กรุงเทพ กู้ด ชาร์ล็อตต์ได้ฟอร์มตัวกันในปี พ.ศ. 2539 อัลบั้มแรกของพวกเค้าเปิดตัววางแผงในอีก 3 ปีถัดมาหลังจากตั้งวง อัลบั้มต่อมาคือ The Young and the Hopeless ซึ่งวางแผงในเดือนตุลาคม ปี 2545 อัลบั้ม The Young and the Hopeless ได้รับรางวัลแผ่นทองคำขาวมอบโดย RIAA 3 รางวัลจากผลงานเพลง ซิงเกิ้ลดัง คือ "Lifestyles of the Rich and Famous," "Boys and Girls," "Hold On" ทำให้พวกเค้าได้ออกรายการ Saturday Night Live ได้ลงปก หนังสือ Rolling Stone นิตยสารเพลง Alternative Press หนังสือ New York Times ก็ได้ลงรายละเอียดและประวัติของวงนี้ด้วย และนอกจากนั้นพวงกเค้าก็ได้ออก สปอต โฆษณาทาง CNN และ The Today Show วง กู้ด ชาร์ล็อตต์ก็ยังสามารถเรียกคะแนนนิยมจากแฟนๆของ MTV ได้อีกด้วย โดยที่2 พี่น้อง ตระกูล แมดเดน ครั้งนึงได้เป็นพิธีกรรายการ All Things Rock มิวสิกวิดีโอของพวกเค้าก็ติดอันดับบนชาร์ทของ MTV และ MTV2 และในขณะเดียวกันเพลง "The Anthem" ก็ได้รับรางวัล "Viewers Choice" ที่งาน MTV Video Music Awards 2546 ทางวงได้ตระเวนออกทัวร์โดยไม่หยุดพัก ระเบิดพลังให้เห็นบนเวทีทั่วโลกติดต่อกันนานถึง 20 เดือน กู้ด ชาร์ล็อตต์ยังถือโอกาสทำกิจกรรมพิเศษอีกหลายอย่าง ทั้งเป็นนักร้องรับเชิญให้กับเมสท์ ( Mest ) และ เอ็น.อี.อาร์.ดี. (N.E.R.D.) ทำเสื้อผ้ายี่ห้อเลเวล 27 (Level 27) และยี่ห้ออื่นๆ รวมถึงยังทำของเล่นอีกด้วย ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2547 พี่น้องแมดเดนยังทำค่ายเพลงเอง ชื่อว่าดีซี แฟล็ก เร็คคอร์ดส์ (DC Flag Records) โดยทำอัลบั้มให้กับโลลา เรย์ (Lola Ray) และฮาเซน สตรีท (Hazen Street) เมื่อถึงเวลาที่จะออกอัลบั้มที่สาม กู้ด ชาร์ล็อตต์ต้องการที่จะใส่ความสัมพันธ์ของสมาชิกในวง และความติดต่อขอร่วมงานกับอีริค วาเลนไทน์ (Eric Valentine) ผู้อยู่เบื้องหลังการทำงานในอัลบั้มแรก ทางวงทำเพลงเกือบ 30 เพลงตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงสิงหาคม พ.ศ. 2547 ณ แบร์ฟุต สตูดิโอของวาเลนไทน์ในลอสแอนเจลิส อัลบั้มที่ 3 The Chronicles of Life and Death ออกวางขายปี พ.ศ. 2547 อัลบั้มขึ้นอันดับ 3 บิลบอร์ด มีเพลงดังอย่าง "Predictable" และ "I Just Wanna Live" “Good Morning Revival” คือผลงานชุดที่ 4 ของกู้ด ชาร์ล็อตต์ ที่มาพร้อมกับทิศทางดนตรีใหม่ โดยมีการนำซาวนด์ดนตรีที่หลากหลายมาผสมผสานในอัลบั้มนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำอิทธิพลดนตรีแดนซ์ (ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ทางวงกำลังให้ความสนใจ)มาใส่ไว้ในอัลบั้ม, เพลงบัลลาด, ไปจนถึงเพลงร็อกมันๆ โดยในอัลบั้มนี้ กู้ด ชาร์ล็อตต์ได้กลับมาร่วมงานกับ ดอน กิลมอร์ (Don Gilmore) ?ลินคิน พาร์ค ,เอฟริล ลาวี โปรดิวเซอร์ชื่อดังที่เคยเป็นโปรดิวเซอร์ในผลงานชุดแรกของวงอีกครั้ง ประเดิมซิงเกิ้ลแรกด้วย “Keep Your Hands Off My Girl”

ผลงาน

Good Charlotte (2000)

The Young and the Hopeless (2002)

The Chronicles of Life and Death (2004)

Good Morning Revival (2007)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:26 pm

PARAMORE

ประวัติวง PARAMORE



พาร์อะมอร์ (Paramore อ่านว่า "Par-a-mour" ) เป็นวงดนตรีแนวป็อปร็อก ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ ปี 2008 สาขาศิลปินหน้าใหม่ก่อตั้งวงตั้งแต่ปี 2002 ในรัฐ Tennesse โดยมีสมาชิกทั้งหมด 4 คนประกอบด้วย Hayley Williams (ร้องนำ), Josh Farro (กีต้าร์), Jeremy Davis (เบส), and Zac Farro (กลอง) ออกผลงานชุดแรก All We Know Is Falling ในปี 2005 และ Riot! คืออัลบั้มชุดที่ 2 อัลบั้มชุดนี้ขึ้นชาร์ทสูงสุดถึงอันดับที่ 15 ในอันดับอัลบั้มของบิลบอร์ดและเพลง “Misery Business” ได้ขึ้นอันดับที่ 34 ของอันดับเพลงของบิลบอร์ดอีกด้วย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:29 pm

incubus

ประวัติวง incubus



จุด เริ่มต้นของ 5 หนุ่มจากเมืองซาส(Calabasas),คาริฟ (Calif)ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1991 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่นำมาสู่พัฒนาการของวง กลุ่มเพื่อนชั้นประถมอย่าง แบรนดอน บอยด์ (Brandon Boyd) นักร้องนำ, และ โจเซ่ พาซิราส (Jose Pasillas)มือกลอง ได้พบกับ ไมค์ เอียนซิเกิล (Mike Einziger),มือกีตาร์ (ผู้ซึ่งครอบครัว ของเค้ากำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับที่เค้าไม่ชอบสังคมกับใคร และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการซ้อมดนตรีอยู่คนเดียวในช่วง ม.ต้น) หลังจากทั้ง 3 หนุ่มได้เข้าเรียนในระดับ ม. ปลาย พวกเค้าก็ได้ชักชวน อเล็กซ์ คัททูนิช (AlexKatunich) ซึ่งเล่นเบสในแนวแจ็ส มาร่วมวงกับพวกเค้าด้วย และในปี 2534(ประมาณเกรด 10) พวกเค้าได้ตัดสินใจ และคิดว่าพวกเค้าพร้อมที่จะเดินทางในสายดนตรีต่อไปในอนาคต เริ่มด้วยการออกอินดี้อัลบั้ม “Fungus-Amongus” ที่ทำให้ Incubus เริ่มเป็นที่รู้จักจนได้รับการเซ็นสัญญากับ Sony Music ตามด้วยการปล่อย EP 6 เพลงที่มีชื่อว่า “Enjoy Incubus” ในปี 1997 ก่อนที่จะมีผลงานชุดแรกที่ใช้ชื่อว่า “S.C.I.E.N.C.E.” ดีเจไลฟ์ ได้แยกตัวออกจากวงและถูกแทนที่โดย ดีเจ คริส คิลมอร์(DJ Chris Kilmore)ด้วยแรง ผลักดัน และการเข้าถึงจิตใจซึ่งกันและกันทีละเล็กทีละน้อย พวกเค้า ได้กลับเข้าทำงานในห้องอัดอีกครั้ง ในปี 1999 Incubus ออกอัลบั้ม “Make Yourself” ผลงานที่ทำให้ชื่อของ Incubus เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั่วโลกด้วยเพลงฮิตอย่าง “Pardon Me”, “Stella” และ “Drive” ซึ่งทำให้อัลบั้มนี้มียอดขายกว่า 2 ล้านก๊อปปี้ ในปี2001 Incubus ก็ออกอัลบั้ม “Morning View” ซึ่งเปิดตัวที่อันดับ 2 ใน Billboard Chart ด้วยซิงเกิ้ลเด่นอย่าง “Wish You Were Here”, “Nice To Know You” และ “Are You In?” ตามด้วยทัวร์คอนเสิร์ตอย่างหนักกว่า 2 ปีเต็ม จน Dirk Lance มือเบสก็ตัดสินใจลาออกจากวง ทำให้ Incubus ดึงเอา Ben Kenney อดีตสมาชิกวง The Roots มาทำหน้าที่มือเบส ร่วมกับสมาชิกดั้งเดิมทั้ง 4 คนที่ประกอบด้วย Brandon Boyd (ร้องนำ), Mike Einziger (กีต้าร์), Jose Pasilla (กลอง) และ DJ Kilmore ในตำแหน่ง Turntables ปี ค.ศ. 2004 อินคูบัส อัลบั้ม “A Crow Left Of The Murder” ที่ได้สุดยอดโปรดิวเซอร์อย่าง Brendan O’Brien (ซึ่งเคยร่วมงานกับวงอย่าง Korn, Rage Against The Machine, Pearl Jam และ The Offspring) มาร่วมงานอีกด้วย ประเดิมด้วยซิงเกิ้ลแรก “Megalomaniac” อัลบั้มลำดับที่ 6 “Light Grenades” (ไลท์ เกรอเนดส์) โดยในอัลบั้มนี้ทางวงได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับ Brendan O’Brien (โปรดิวเซอร์ชื่อดังที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของดังๆอย่าง Korn, Pearl Jam และ Rage Against The Machine มาแล้ว) อีกครั้ง เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ล “Anna Molly” อัลบั้มนี้ขึ้นชาร์ทอันดับ 1 ในอเมริกา

ผลงาน

1995: Fungus Amongus

1996: Enjoy Incubus

1997: S.C.I.E.N.C.E.

1999: Make Yourself

2001: Morning View

2004: A Crow Left of the Murder...

2004: Alive at Red Rocks

2006: Light Grenades
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:37 pm

L'Arc~en~Ciel


ประวัติของวงL'Arc~en~Ciel




Tetsu ซึ่งเล่นดนตรีในตำแหน่งกีตาร์เบสของวง มีความคิดริเริ่มที่จะสร้างวงดนตรีของตัวเอง และเสาะหาสมาชิกของวง จนกระทั่งเดือน กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1991 เขาได้ก่อตั้งวงสำเร็จในฐานะวงอินดี้ (ยังไม่ได้สังกัดในบริษัทค่ายเพลงใหญ่) และเริ่มการแสดงที่บ้านเกิดจังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น โดยมี Hyde (เป็นนักร้องนำจากวงJerusalem's Rodsมาก่อน)เป็นนักร้องนำ ซึ่งเป็นคนที่มีชื่อเสียงในหมู่แฟนเพลงอินดี้ในขณะนั้นอยู่แล้ว ค.ศ. 1992 สมาชิก 2 คน (Hiroตำแหน่งกีตาร์ และ Peroตำแหน่งกลอง) ลาออกจากวง เท็ตสึได้ขอร้องให้เพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่ข้างบ้านในสมัยเด็ก Ken มาเป็นสมาชิกของวง และร่วมอัดเสียงสำหรับแรกภายในเวลาสองอาทิตย์ต่อมา ซึ่งในขณะนั้นเคนยังเรียนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัยสาขาวิศวกรรมก่อสร้าง และ สำหรับตำแหน่งกลอง เท็ตสึได้ชักชวน Sakura ซึ่งเป็นเล่นดนตรีในตำแหน่งกลองที่ไม่สังกัดวงดนตรีใดๆ มาร่วมวง ค.ศ. 1994 วงได้รับการยอมรับโดยบริษัทโซนี่มิวสิกในประเทศญี่ปุ่น (Ki/oon Records หรือ Sony Music Japan) ให้เซ็นสัญญาออกผลงานภายใต้ชื่อของบริษัทได้เป็นเวลา 10 ปี

ค.ศ. 1997 ในเดือนกุมภาพันธ์หลังจากวงได้จบทัวร์คอนเสริตไปเรียบร้อย และกำลังจะออกซิงเกิลใหม่ชื่อ "the Fourth Avenue Cafe" นั้นเอง Sakura โดนตำรวจควบคุมตัวด้วยข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้ส่งผลกระทบกับกิจกรรมของวงที่ต้องหยุดลง รวมทั้งซิงเกิลใหม่ต้องระงับการวางแผงในทันที Sakura จึงแสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศลาออกจากวง ท่ามกลางความสบสนของแฟนเพลง และสื่อมวลชนในขณะนั้นสมาชิกที่เหลือทั้ง 3 ต้องเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ นักว่าปีนี้เป็นปีที่ตกต่ำที่สุดของวง อย่างไรก็ตามในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันนั้นเอง วงได้เริ่มต้นการทำงานใหม่อีกครั้งโดยออกซิงเกิลใหม่ชื่อ "นิจิ" ซึ่งเป็นคำในภาษาญี่ปุ่นแปลว่ารุ้ง เดือนมกราคม ปี ค.ศ. 1998 Yukihiro ประกาศเข้ารวมวงอย่างเป็นทางการในตำแหน่งกลอง ซึ่งตามความจริง ยูกิฮิโระได้เข้าร่วมวงนับตั้งแต่ช่วงเวลาที่อัดเสียงถ่ายทำภาพยนตร์ฟรีวิลของเพลงนิจิ และแสดงสดในปี ค.ศ. 1997
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:44 pm

Linkin park
ประวัติวง linkin park




Linkin Park ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 5 - 6 ปีที่แล้ว เป็นวงดนตรีที่เกิดจากการรวมตัวกันเล่นในหมู่เพื่อนในช่วงเวลาว่าง Mike Shinoda และ Brad Delson เป็นเพื่อนเรียนโรงเรียนมัธยมปลายเดียวกัน และเริ่มตั้งวงชื่อ Xero ขึ้น ตอนเริ่มแรกของวงแตกต่างจากตอนนี้มาก Mike ได้พบกับ Joseph Hahn ขณะเรียนที่ Art Center College of Design ใน Pasadena การเริ่มต้นของวงดำเนินไปอย่างช้า ๆ และได้เปลี่ยนชื่อวงใหม่เป็น Hybrid Theory
หลัง จากการออกไปของนักร้องคนเก่า Mark Wakefield พวกเขาได้เริ่มต้นหานักร้องคนใหม่ โดยการส่งเดโมเทปไปให้เพื่อน ๆ และคนอื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยขอร้องให้คนที่สนใจในการร้องเพลงบันทึกเสียงของตัวเองลงในเทปและส่ง เทปกลับคืนให้พวกเขา Chester Bennington และภรรยาของเขาเพิ่งซื้อบ้านใน Phoenix Arizona เมื่อเพื่อนของเขาให้เทปม้วนนั้นแก่ Chester เขาก็ได้โทรศัพท์ไปที่วงในคืนนั้นและบอกทางวงว่าเขาสนใจจะเป็นนักร้อง วงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการตอบกลับอย่างรวดเร็วเช่นนี้ พวกเขาขอให้ Chester เล่นเทป พร้อมกับร้องเพลงผ่านทางโทรศัพท์ และ Chester ก็ทำตามที่พวกเขาขอและทางวงก็ชอบการร้องของ Chester ซะด้วย หลังจากนั้น Chester ได้บินไปที่ Cali ในทันที
เมื่อ Chester เข้ามาอยู่ในวงพวกเขาเริ่มบันทึกเสียง ผลของการบันทึกเสียงครั้งนี้ก็คือ EP ซึ่งเป็นตัวของพวกเขาเอง การใช้สื่อ Internet ทำให้พวกเขาค่อย ๆ มีทีมตามถนนและกลุ่มแฟนเพลงจำนวนมาก ทีมตามถนนของพวกเขายังคงอุทิศตัวและทำการโปรโมท Hybrid Theory เป็นอย่างมาก วงเริ่มดังขึ้นเมื่อ Streetwise Concepts and Culture ได้ยินเสียงเพลงของ Hybrid Theory แล้วได้ Post (ฝากข้อความไว้) เพลงชื่อ Plaster ( เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ ) เป็นเพลงเด่นบนเว็บไซต์ของพวกเขา Streetwise ทำการโฆษณาให้กับวงอย่างมาก และทุก ๆ คนในใจที่จะฟังเพลงอื่น ๆ ด้วยนอกเหนือจากเพลงที่ Post ไว้
หลัง จากการแสดงที่ The Whisky ที่ L.A. พวกเขาเริ่มถูกทาบทามและในที่สุดพวกเขาได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Warner Bros แต่ด้วยกฏหมายที่ชื่อวงของพวกเขาไปคล้ายกับชื่อวงอื่นพวกเขาจึงตัดสินใจ เปลี่ยนชื่อวงเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้ทางกฏหมาย จากชื่อเสียงของ Santa Monica’s Lincoln Park ทางวงได้เปลี่ยนชื่อเป็น Linkin Park หลังจากที่พวกเขาเซ็นสัญญา พวกเขาเริ่มออกทัวร์กับคอนเสิร์ตใหญ่ ๆ หลาย ๆ คอนเสิร์ต และเริ่มออกทัวร์ในประเทศและพวกเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทันที เมื่อออกแสดงแก่กลุ่มแฟนเพลงจำนวนมาก พวกเขาพบว่าทุก ๆ คนรักพวกเขาและซีดีก็เริ่มมียอดผลิตที่สูงขึ้น ในเดือนตุลาคม ปี 2000 ซีดีแผ่นแรก ฮิตติดชาร์ทและประสบความสำเร็จอย่างไม่หยุดยั้งในทันทีตั้งแต่นั้นมา
Linkin Park ทำสิ่งที่เหลือเชื่อกับแฟนเพลง เมื่อแสดงจบ นอกเหนือไปจากการลงจากเวทีหรือการเล่นหลังจากอังกอร์ นั่นก็คือพวกเขาได้ลงมาหากลุ่มแฟนเพลงและจับมือกับแฟนเพลงและเซ็นลายเซ็นให้ กับคนที่ขอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีบ่อย ๆ ที่วงจะยืนอยู่จนกระทั่งบริเวณลานคอนเสิร์ตว่างเปล่าและทุก ๆ คนได้รับลายเซ็นจากพวกเขาจนทั่ว ไม่เพียงแต่พวกเขาจะเป็นคนละเอียดอ่อนจนได้เข้ามาสู่โลกของเสียงดนตรีอย่าง ทุกวันนี้ แต่พวกเขายังเป็นศิลปินกลุ่มหนึ่งที่ทำงานหนักที่สุดและรักษาความสำเร็จที่ พวกเขาได้รับด้วย

เกี่ยวกับในวง
เมื่อ ถาม Brad Delson นักกีตาร์ของวง Linkin Park ถึงวงดนตรีที่เขาอยากออกทัวร์คอนเสิร์ตด้วย เขาได้ตอบว่า พวกเราบอกกับผู้จัดการวงว่าเลือกมาสักวงให้ทัวร์คอนเสิร์ตกับเรา ดนตรีของพวกเราเจาะเข้าถึงดนตรีในหลาย ๆ แนว พวกเราสามารถเล่นดนตรีกับวงดนตรีที่มีมากมายได้
Delson ภูมิใจในความแตกต่าง และความเป็นเอกลักษณ์ของอัลบั้มแรกของวง Hybrid Theory (ชื่อเดิมของวง) อัลบั้มนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในกลุ่มดนตรี Hard Rock ด้วยสไตล์การร้องที่มีกลิ่นของ hip-hop และความนิยมในอิเล็กทรอนิค แนวดนตรีของวง Linkin Park เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ความสำเร็จของวงเกิดขึ้นจากการเขียนเพลงที่ไม่มีกฏเกณฑ์และเป็นเพลงที่มี พลังอย่างน่าอัศจรรย์เกือบทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ Linkin Park เป็นสิ่งที่ไม่มีกฏเกณฑ์
การก่อตั้งวง
Delson และ Mike Shinoda นักร้องของวงเรียนอยู่ที่ high school ด้วยกัน และที่นี่เองที่ Delson ได้เจอกับ Rob Bourdon มือกลองของวง จากนั้น Shinoda ได้พบกับดีเจ Joseph Hahn ขณะที่เขาเรียนวาดรูปที่ Pasadena Art Center และจากนั้นก็พบจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของวงนั้นก็คือ Chester Bennington นักร้องของวง เขาเป็นคนที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ Arizona เขาเริ่มบันทึกเสียงตั้งแต่อายุ 16 ปี “ตั้งแต่ผมเริ่มหัดพูด ผมได้บอกกับทุก ๆ คนว่าโตขึ้นผมจะเป็นนักร้อง” “ตอนผมอายุ 2 ขวบ ผมเคยร้องเพลงต่างประเทศ ผมอัดเทปเพลงพวกนั้นที่ผมร้องไว้ด้วย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 3:56 pm

Retrospect



เรโทรสเปกต์ (อังกฤษ: Retrospect) เป็นวงดนตรีแนวใหม่ที่นำเสนอแนวคิดเพลงที่หนักหน่วงแบบ Metal ผสมทำนองที่อ่อนหวานแบบ Emo มีเพลงที่ได้รับความนิยม เช่น ไม่มีเธอ ,ปล่อยฉัน,เพราะว่ารัก

สมาชิก

* ชนัทธา สายศิลา (แน็ป)(ร้องนำ) (02 กันยายน 2527)
* ธนพล ศรีกาญจณา (น็อต)(กีตาร์) (13 พฤษภาคม 2527)
* ณพวัชร คชาชีวะ (บอม)(เบส) (19 เมษายน 2527)
* ศุทธิพันธ์ สังข์ยุทธ (เบิร์ธ)(กลอง) (23 กรกฎาคม 2527)


ประวัติ

ก่อตั้งวง

วง เรทโทรสเปค เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2544 โดยมีบิ๊กพี่ชายของมือเบสเป็นแกนหลักด้วยการทำเพลง แนว Industrial Metal และมีแน็ปเป็นผู้เขียนโปรแกรมจำลองเสียงกลองและบันทึกเสียง หลังจากนั้นบอม(มือเบส) และน๊อต(มือกีตาร์) ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก สมาชิกในยุคแรกจึงมี แน็ป(กลอง-ร้องนำ) บิ๊ก(กีตาร์) บอม(เบส) และน็อต(กีตาร์)

ดนตรีของวงช่วงแรกเป็นดนตรีผสมระหว่าง Death และ Thrash Metal ที่ค่อนข้างหยาบกระด้าง ดิบและรุนแรง พวกเขาเริ่มเล่นตามงานเล็ก ๆ ต่าง ๆ ได้สักพัก จึงรับสมัครมือกลองเพิ่ม จนกระทั่งแน็ปได้พบกับเบิร์ธเพื่อนสมัยประถม ซึ่งเป็นมือกลองที่เคยประกวดที่ต่าง ๆ แน็ปจึงชวนให้สมัครเป็นมือกลอง และได้รับการคัดเลือก ต่อมามือกีตาร์ผู้ก่อตั้งวงได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงทำให้ Retrospect เหลือสมาชิกเพียง 4 คน


เริ่มเป็นที่รู้จัก

กลาง ปี พ.ศ. 2546 Retrospect ได้ออก E.P.(อัลบั้มที่มีเพลงประมาณ 4-5 เพลง) ชุดแรก โดยการชักชวน และแนะนำจาก สยาม ชุมทอง (ต้น Dezember) โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า E.P. For Your Ears Only โดยทางวงแต่งคำร้อง ทำนอง เรียบเรียงเสียงประสาน ตลอดจนบันทึกเสียง ออกแบบปก แผ่นซีดี และสกรีนแผ่นเองเป็นจำนวน 150 แผ่น เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกที่งาน Territory Metal Fest ในงานนี้สมาชิกได้พบกับวง Bikini ซึ่งเป็นที่มาของ Screamlab กลุ่มดนตรีที่มาจากการรวมตัวของวงดนตรี 4 วง ประกอบไปด้วย Bikini Retrospect Housetrap และ Sweet Mullet

ก้าวสู่ค่ายใหญ่

ปลาย ปี พ.ศ. 2546 เรโทรสเปกต์ได้รับเชิญให้ไปเล่นคอนเสิร์ตในงาน Fat Festival ครั้งที่ 2 ทางวงจึงวางแผนที่จะนำอัลบั้ม E.P. ที่วางขายเมื่อปีที่ผ่านมามาจำหน่ายอีกครั้ง และเพิ่มเพลงพิเศษหนึ่งเพลง ใช้ชื่อว่า E.P. For Your Ears Anytime จำนวน 150 แผ่น ระหว่างที่ทางวงออกทัวร์เล่นคอนเสิร์ตในที่ต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็มีค่ายเพลงมาทาบทามให้ไปร่วมเซ็นสัญญาอยู่บ้าง แต่มีเงื่อนไขว่าวงอาจต้องลดความดุดัน และความรุนแรงลง ซึ่งพวกเขาคิดว่าจะเป็นการเสียเอกลักษณ์ในการทำดนตรีของวง พวกเขาจึงตั้งใจผลิตผลงานเพลงและออกแสดงคอนเสิร์ตต่อไป และจากการแนะนำของ เต๋า นักร้องนำวง Sweet Mullet พวกเขาจึงได้พบกับพี่โน่ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ โปรดิวเซอร์ค่ายจีนี่ เร็คคอร์ด ซึ่งทางเขากำลังมองหาวงดนตรีแนวทางใหม่ๆ และเพลงนอกกระแสหรือเรียกว่า Underground ให้ได้มีผลงานในค่ายใหญ่ เรโทรสเปกต์จึงเริ่มทำ Demo นำเสนอต่อทางค่าย และได้เซ็นสัญญากับจีนี่ เร็คคอร์ด ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2547

เรโทรสเปกต์ ออกอัลบั้มเดี่ยว ครั้งแรก ในชื่อ อัลบั้มว่า Unleashed (อันลีชด์) ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง เพราะถือเป็นวงร็อกไทยวงแรก ที่นำเอาวัฒนธรรมคอนเสิร์ต แบบที่เรียกว่า Hardcore Dancing มาเผยแพร่ ซึ่งทำให้กลุ่มแฟนเพลงของพวกเขาแพร่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จาก Retrorian กลุ่มเล็กๆ ออกไปสู่แฟนเพลงทั่วประเทศ และหลังจากที่พวกเขาออก อัลบั้ม Unleashed ประสบความสำเร็จมีแฟน Retrorian เป็นจำนวนมากแล้วนั้น กลางปี พ.ศ. 2551 พวกเขาก็ได้ออก อัลบั้มใหม่นั้นก็คืออัลบั้ม Rise (ไร๊ส์) และเปิด Singer แรกก็คือเพลง แค่นิยาย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 4:00 pm

BrandNew Sunset



หลังจากมีผลงานในแบบใต้ดินมาแล้ว 2 ชุด ด้วยยอดขายที่ไม่ธรรมดาเกือบ 3 หมื่นแผ่นทั้งใน และต่างประเทศ วันนี้ BrandNew Sunset พร้อมแล้วที่นำเสนอบทเพลงร็อคในแบบของพวกเขา ให้แฟนเพลงในวงกว้างได้ฟังกันแบบเต็มๆ ด้วยการเซ็นสัญญากับ SONY BMG พร้อมส่งผลงาน ชุดที่ 3 “BrandNew Sunset” ที่ใช้ชื่อวงเป็นชื่ออัลบั้ม โดยในอัลบั้มนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ทางวง ร้องเพลงเป็นภาษาไทยอีกด้วย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ BrandNew Sunset ร้องและแต่งเพลงเป็น ภาษาอังกฤษมาโดยตลอด

BrandNew Sunset เกิดจากการรวมตัวของสมาชิกทั้ง 5 คนที่เป็นเพื่อนกันมาก่อน รวมตัว
แต่งเพลงกันโดยผสมผสานความชอบของแต่ละคนเข้าไปในเพลง เช่น Rock, Punk, Heavy Metal, Emo, Post-punk ฯลฯ หลังจากที่ใช้เวลาในการซ้อมและแต่งเพลงกันประมาณครึ่งปีจึงเดินหน้าเข้า ห้องอัดเพื่อบันทึกเสียงผลงานชุดแรก “Pick you up when you’re falling down” (2003) ซึ่งสมาชิกในวงรับหน้าที่โปรดิวซ์และควบคุมการมิกซ์เสียงทั้งหมดด้วยตนเอง อัลบั้มนี้ถูกขายหมด ในเวลาไม่ถึงเดือน ด้วยการทุ่มเทตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตร่วมร้อยโชว์จึงทำให้ชื่อเสียงของวง BrandNew Sunset เริ่มเป็นที่รู้จักของคนในวงการเพลงใต้ดิน

ด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้น ในปี 2005 BrandNew Sunset กลับมาพร้อมอัลบั้ม “Realistic” ผลงานชุดที่ 2 ที่ยังคงแนวทางของ Brandnew Sunset ไว้เช่นเดิม แต่เพิ่มความหนัก แน่นขึ้นทั้งด้านดนตรีและเนื้อหา จนทำให้อัลบั้มนี้ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งคนฟังและ สื่อมวลชน โดยได้รับเลือกเป็นศิลปิน Bird’s Eyes View ของ Channel [V] Thailand และยังเป็น ครั้งแรกที่ผลงานของ BrandNew Sunset มีวางจำหน่ายในสิงคโปร์, มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ พร้อมกับทัวร์คอนเสิร์ตสนับสนุนอัลบั้มในประเทศดังกล่าวอีกด้วย ทำให้วง BrandNew Sunset เป็น ที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นกว่าอัลบั้มแรก

และในปี 2008 นี้ถือว่าเป็นอีกก้าวที่สำคัญของ BrandNew Sunset เลยทีเดียว เมื่อทางวง
ตัดสินใจเซ็นสัญญาเพื่อออกผลงานชุดที่ 3 ภายใต้สังกัด SONY BMG จนเป็นที่จับตามองของทั้ง แฟนเพลงและสื่อมวลชนในแวดวงดนตรีร็อค โดยทางวงได้ให้เหตุผลให้เหตุผลถึงเรื่องนี้ว่า “พวกเรา เชื่อในมาตรฐานและระบบการทำงานของ SONY BMG ซึ่งเป็นค่ายเพลงคุณภาพระดับสากลที่จะ สามารถนำเสนองานของเราให้ไปสู่แฟนเพลงในวงกว้างมากขึ้น โดยยังคงความเป็น BrandNew Sunset อยู่ อีกทั้งผลงานที่ผ่านมาของศิลปินในสังกัด SONY BMG ก็ยังคงความเป็นศิลปะ และให้ ความรู้สึกแบบอินดี้ที่ไม่เอาใจตลาด (Mass) จนเกินไป”

วันนี้ BrandNew Sunset พร้อมแล้วที่จะนำเสนอผลงานชุดที่ 3 ที่ใช้ชื่อวงเป็นชื่ออัลบั้ม โดย ยังคงแนวทางร็อคในแบบฉบับของพวกเขา ซึ่งทางวงให้คำจำกัดความว่าเป็นการผสมผสานระหว่าง สไตล์ดนตรีร็อคสวยๆในชุดแรกกับความหนักแน่น, ดุดันของชุดที่ 2 เข้าไว้ด้วยกันใน และยังเป็น ครั้งแรกที่ BrandNew Sunset แต่งและร้องเพลงเป็นภาษาไทยอีกด้วย ซึ่งทางวงได้พูดถึงเรื่องนี้ ว่า “เป็นความตั้งใจของเราที่จะให้แฟนเพลงที่ติดตามผลงานของพวกเรามาตลอดสามารถร้องตาม ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสื่อสารบทเพลงของพวกเราออกไปยังกลุ่มคนฟังที่กว้าง ขึ้นด้วย”

BrandNew Sunset ใช้เวลาเกือบ 3 เดือนในการบันทึกเสียงอัลบั้มชุดนี้ที่ Sexy Pink Studio ซึ่งถือเป็นการทำงานในสตูดิโอที่พิถีพิถันและยาวนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ซาวนด์ดนตรีใน อัลบั้มนี้มีรายละเอียดที่ซับซ้อนและน่าสนใจขึ้นด้วย และในอัลบั้มนี้ทางวงยังได้ร่วมงานกับ Scott Moffatt (สก็อต มอฟแฟต โปรดิวเซอร์คุณภาพที่ฝากฝีมือไว้กับผลงานของ Slot Machine) ที่มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทางวงได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์อีกด้วย โดยใน 2 อัลบั้มที่ผ่านมาทางวงรับหน้าที่โปรดิวซ์กันเองทั้งหมด

“Falling Down” คือซิงเกิ้ลแรกประเดิมอัลบั้มชุดนี้ ที่มาพร้อมกับซาวนด์ร็อคมันๆ ที่มีท่วง ทำนองติดหู ซึ่งทางวงบอกว่าไม่หนักหรือเบาจนเกินไป สื่อสารด้วยเนื้อเพลงตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย และสามารถที่จะทำให้ทุกคนสนุกไปกับเพลงนี้ได้

นอกจากนี้ในอัลบั้มยังมีเพลงเด่นๆอย่าง “Chasing Me”, “My Own Disaster”, “Revolution” และ “Break Ya Leg” เพลงร็อคหนักหน่วงสะใจ โชว์ทักษะการเล่นที่ครบเครื่อง และทีมเวิร์คอันยอดเยี่ยมของ BrandNew Sunset ที่จะไม่ทำให้แฟนเก่าผิดหวังอย่างแน่นอน

ร่วมด้วย “สุดท้าย” เป็นเพลง Modern Rock ที่มีส่วนผสมของ Pop Punk ในแบบที่แฟนๆยุคแรกของแบรนนิวถ้าได้ยินแล้วต้องร้องตามได้ และ “วันที่โหดร้าย” บทเพลงบัลลาดร็อคสวยๆที่มีเนื้อหาให้กำลังใจในแบบของ BrandNew Sunset

เมื่อถามถึงความคาดหวังสำหรับอัลบั้มนี้ BrandNew Sunset ตอบอย่างไม่ลังเลว่า “เราไม่ได้ คาดหวังอะไรมากไปกว่าการสร้างผลงานให้มีคุณภาพที่สุด ที่เหลือก็คงเป็นส่วนของแฟนเพลงที่เรา อยากให้ลองเปิดใจฟัง และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็จะยังคงตั้งใจทำงานของพวกเรา ต่อไปให้ดีที่สุด” และนี่คือบทสรุปง่ายๆ แต่บ่งบอกถึงความตั้งใจที่เต็มเปี่ยมของพวกเขา BrandNew Sunset วงร็อคฝีมือวงดีวงนี้ ที่พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่าความสำเร็จที่ผ่านมาไม่ได้เป็น เพราะโชคช่วยหรือโอกาสที่ดีกว่าคนอื่น แต่ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นมาจากฝีมือและความมุ่งมั่นของ พวกเขาทั้ง 5 คนนั่นเอง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 4:02 pm

NO MORE TEAR



สมาชิกวง NO MORE TEAR
1. นางสาว ไปรยา มาลาศรี (ฟักแฟง) ตำแหน่ง VOCAL
2. นาย เชาว์วรรธน์ อุปนันท์ (ชาย) ตำแหน่ง GUITAR
3. นาย ชิตกร ปัญญาปัตโชโต (เม้ง) ตำแหน่ง GUITAR
4. นาย สุทธิพล บัวอนนท์ (ไอซ์) ตำแหน่ง DRUM
5. นาย จุติ รุ่งเรื่องระยับกุล (เต้) ตำแหน่ง BASS

No More Tear (โน มอร์ เทีย) วงดนตรี น้องใหม่จาก Genie Records ที่สร้างชื่อมาจากแวดวง Underground ด้วยสไตล์ดนตรีที่โดดเด่น และ Front Girl อย่าง “ฟักแฟง” Teen Idol ที่กำลังมาแรง และนอกจากนี้ งานของ No More Tear ยังได้ อ๊อฟ พูลศักดิ์ จตุระบุล Producer ที่ผ่านงาน Produce ให้กับ Big Ass, Bodyslam, และ Palmy มาแล้ว มาดูแลให้อย่างใกล้ชิด

ดนตรีของ NO MORE TEAR –Modern Rock

ในขณะที่กระแสดนตรี Rock แบบ Screamo (แบบที่มีการว๊าก) กำลังได้รับความนิยม NO MORE TEAR กลับใช้แนวทางดนตรี POP เป็นหลักโดยใช้การผสมผสาน ดนตรี Rock และเพิ่มสีสันด้วยจังหวะ Dance ลงไปได้อย่างลงตัว No More Tear ถือได้ว่าเป็น หนึ่งในตัวจริงของคนดนตรีเลยทีเดียว เพราะว่างานในอัลบั้มนี้ พวกเค้าทำเองทุกส่วน โดยมี อ๊อฟ BIG ASS คอยดูแลภาพรวมให้

Album – Yellow Light
สีเหลือง (Yellow) เป็นสีแหงความสดใสและ สนุกสนาน เหมือนกับ งานของ No More Tear ชุดนี้ที่เต็มไปด้วยสีสัน และความสนุกสนานของวัยรุ่น
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 4:06 pm

G6PD

ประวัติวงG6PD



เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ได้เกิดวงดนตรีแนวเมทัลวงหนึ่งขึ้นอย่างเงียบๆในจังหวัดที่ห่างไกล จากกรุงเทพ เมื่อรวมตัวกันได้ที่ ก็ตะลุยเล่นเท่าที่ที่เขาจะมีให้เล่น วงดนตรี 4 หนุ่มที่ว่า มีต้นกำเนิดจากจากเชียงใหม่ และ G6PD คือชื่อแปลกๆของวงวงนี้ ความรัก ความแค้น ความฝัน

เนื้อหา เหล่านี้ถูกใส่ลงไปในบทเพลงแนวเมทัลของพวกเขาและคุณอาจจะงงไปเลยถ้าพบว่ามี เพลงที่เกี่ยวกับการทวงหนี้ด้วย! เนื้อหาของทุกเพลงนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวและอาจจะเกิดกับทุกคน แต่หากคุณกำลังวิตก ว่าเนื้อหาเหล่านี้อาจทำให้ คุณเบื่อและหลับ คุณคงคิดผิด! เพราะด้วยเสียงร้องแบบโหดลากไส้กันออกมาทะลักจนตับกระจาย ลองนึกดูคร่าวๆแบบว่านำ เอาลุง Max จาก Soulfly และ Randy จาก Lamb Of God กระบอกเสียง 2 คนนี้มารวมร่างกัน เสียงออกมาจะเป็นยังไง…. แนวทางดนตรีของพวกเขาเป็นเมทัลลูกผสมที่เน้นริฟและภาคริทึ่มหนักๆจนแทบหา ท่อนโซ่โล่ไม่เจอ อิทธิพลแบบ Hatebreed และ Slipknot จนไปถึง Himsa ส่งกลิ่นตลบอบอวลในงานของพวกเขา และมาถึงวันนี้ G6PD ก็ได้มีโอกาสคลอดผลงานอัลบั้มเต็ม อัลบั้มแรกของวงโดยอยู่ภายใต้สังกัด Day One Records ซึ่งเป็นเพียงฉากเริ่มต้นบนถนนสายเมทัลของพวกเขาเท่านั้น เรามาต้อนรับน้องใหม่ในวงการกันดีกว่า

ย้อนกลับไปปี 2002 แน็ต (กีตาร์) ต้องการหาคนร่วมหัวจมท้ายทำวงเมทัล และทำเพลงเมทัลสักชุด จึงมองหาคนที่ชอบแนว เดียวกันและก็ชวน ต้อง (มือเบส)ซึ่งเป็นเพื่อนกันเข้ามา และลุกลามไปชวนรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วที่ชอบในแนวนี้เหมือนกัน คือ เติ้ล (นักร้องนำ) และ บี (มือกลอง) ตั้งแต่เริ่มวงมา G6PD ก็ตระเวนเล่นเพลงคัพเวอร์ ทั้ง ในห้าง ยันเกือบทุกการประกวด ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถึงจะรู้ว่าเพลงแหกปาก ยังไงเขาก็ไม่ให้เข้ารอบ แต่ก็ทนได้เพราะความกระหายในการเล่นสดของ พวกเขามีมากล้น G6PD ชอบที่จะปลดปล่อยสิ่งที่พวกเขาชอบและรักให้ผู้ชมและผู้ฟังได้ฟังและได้เห็น ในปี 2004 G6PD ก็ ได้เริ่มทำเพลงโดยได้ออกผลงาน Ep 5 เพลง ที่มีชื่อชุดว่า Zero ซึ่งเป็นงานเพลงที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงซ้อมดนตรี มีซาวด์ แบบดิบๆกลิ่นอายเพลงในอีพีนั้นบอกได้ถึงการได้รับอิทธิพลจากวงอย่าง Sepultura, Hatebreed มาก หลังจากนั้นพวกเขาก็ ตระเวนเล่นตามที่ต่างๆทั้งในเชียงใหม่และที่กรุงเทพในงานวันฮาลาวีนที่อิมโม ทอลบาร์และด้วย Ep นี้ที่ทำให้ G6PD ได้มีโอกาสได้ทำอัลบั้มเต็มกับทาง Day One Records
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 4:14 pm

Abuse The Youth

ประวัติวง Abuse The Youth



มิก มิกข์ วรนิสรา (กีต้าร์ ร้องนำ)
ตูน ศุภพงษ์ พรึงลำภู (เบส)
จุ จุรีพร กมลธรรมกุล (กลอง)

หลังจากรวมตัวกันมาตั้งแต่ปี 2006
โดยสองหนุ่มหนึ่งสาว มิก ตูน และจุ ในนาม Abuse the Youth
ก็ได้รับการและเป็นที่ชื่นชอบในหมู่แฟนเพลงเรื่อยมาและขยายฐานให้กว้างขึ้น
ด้วยแนวดนตรีที่ต้องพะยี่ห้อว่าเข้าได้ถึงคนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นร็อค อินดี้ หรือกระทั่งเมทัล

กับงานที่ขับเคลื่อนด้วยพลังดนตรี สามชิ้น
ซึ่งคุกรุ่นด้วยความเป็นกรั้นจ์ ร็อค ผสานเมโลดี้ ที่ได้กลิ่นของความเป็นป็อป
เข้าถึง และฟังง่าย ริฟท์ไลน์กีตาร์ที่พานให้นึกถึงวงจากแถบ ซีแอตเทิ่ล
ผสมผสานกันจนกลายเป็นงานที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์
หยั่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มขั้น
อีกทั้งเนื้อหาของเพลงที่แม้จะกลั่นจากหัวอกคนไทยแท้ๆ
แต่แปรความหมายที่เขียนได้อย่างสวยงามราวบทกวี
ที่กรองอย่างดีออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

ซึ่งพูดถึงความรู้สึกของมนุษย์ ปุถุชนคนเดินดิน
ที่มีทั้งความสุข เศร้า เหงา สูญเสีย รัก
และประสบการณ์ที่พานพบมาเป็นแรงบันดาลใจ
ผ่านเสียงร้องที่คนฟังจับต้องได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายใน

นอกเหนือจากการสร้างชื่อและสร้างความสนุกให้กับแฟนๆ ในเมืองไทยได้ประจักษ์แล้ว
พวกเขายังได้รับเชิญจากเพื่อนบ้านประเทศข้างเคียงอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย
เพื่อร่วมเล่นในเทศกาลคอนเสิร์ตที่สำคัญๆ ต่างๆ อาทิ Baybeats Music Festival 2008,
สิงคโปร์ และ Cross Border ที่มาเลยเซีย
ซึ่งก็ได้รับคำชมไม่ขาดปาก จากนักฟังเพลง
และสื่อมวลชนต่างประเทศว่าเป็นวงที่แสดงสดได้อย่างทรงพลัง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 4:18 pm

Dezember



สมาชิก
นรเทพ จินดามาตย์ (อ๊อฟ) : ร้องนำ
สยาม ชุมทอง (ต้น) : กีตาร์
ณพล เย็นแจ่ม (เช็ค) : เบส
รัตน์ โกบายาชิ : กลอง

ดีเซมเบอร์ (อังกฤษ: Dezember) วงดนตรีร็อกเมทัล หลังจากห้าปีที่ผ่านมา พวกเขามีผลงานแนว โพรเกรสซีฟ เดธเมทัล (Progressive Death Metal) ชื่อชุด "วินาศกรรม" ซึ่งได้รับความนิยมพอสมควรในหมู่นักฟังเพลงร็อก เมทัลนอกกระแส แต่มาอยู่กับค่าย "สนามหลวงการดนตรี" ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ พร้อมกับเสนออัลบั้มใหม่ล่าสุดชุด "เนเชรัลลิสซึ่ม" (Naturalism)

วง Death Metal ของไทยวงแรกที่เปิดตัว สร้างชื่อด้วยทำนองเพลง และเนื้อหาอันแปลกแยก ด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา หนักไปทางสบถและหยาบคายพอสมควร เนื้อหาเพลงที่วนเวียนแต่เรื่องของความตาย สงคราม การเมือง และความวิปริตของสังคม หน้าปกเทป EP ที่มีเพียงแค่ 4 เพลง กลายเป็นอัลบั้มหายากไปเสียแล้ว (หน้าปกเป็นรูปผู้หญิงเปลือยกาย โดนตอกตะปูไว้ไม้ที่ไขว้กันเหมือนกางเขน บนพื้นดำสนิท) พวกเขาออกอัลบั้มมาภายใต้สังกัด จุติภูติ เร็คคอร์ดส์ สมาชิกในวงหลักๆ มีเพียงสองคน คือ มือกีต้าร์ (ต้น สยาม ชุมทอง) และ มือเบส ส่วนมือกลองนั้น ยังไม่มี เพราะว่าใช้กลอง electronics พวกเขาเติบโตมาอย่างเงียบๆ พร้อมกับแฟนเพลงเดนตายที่ให้การสนับสนุนทุกที่ ที่เขาเดินทางไปแสดง ในช่วงกระแสเพลงนอกกระแส เบ่งบาน พวกเขาได้รับการเชื้อเชิญจากค่ายเพลงใหญ่ๆ ที่หันมาเอาดีกับวงใต้ดินที่มีฝีมือ มาออกอัลบั้มแล้วทำการตลาดให้ หลายค่าย ซึ่งแน่นอนว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นต้องเกิดขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเขายังคงความแรงของจังหวะ และท่วงทำนอง แต่เนื้อหานั้นอาจจะเบาลงไปบ้าง เพราะต้องการได้คนฟังกลุ่มใหม่ๆ (เนื่องจากเหตุผลทางการตลาดที่ต้องการ กลุ่มคนฟังที่กว้างขึ้น) ในฐานะที่รู้จักเพลงของพวกเขาในรุ่นแรกๆ และฟังมาหลายอัลบั้ม ทั้งที่ทำเอง และ ออกกับค่ายใหญ่ การทำงานในสไตล์ของพวกเขา นั้นหยุดไว้ที่อัลบั้ม “คลั่ง” หลังจากนั้นก็ไม่เคยสัมผัสกับอัลบั้มที่ดุเดือดเลือดพล่านของพวกเขา แกนนำของวง อย่างพี่ต้น มือกีต้าร์ หน้าโหด ยังมีผลงานออกมาในชื่ออื่นๆ อีกสองวง คือ โชกุน จัมพ์ และ ซาแน็กซ์ (แต่ไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก เนื่องจากขาดจุดขายที่ชัดเจน ผสมกับการตลาดที่ถือว่าน้อยไปหน่อยสำหรับแนวเพลง ร๊อค เมนสตรีม)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 4:22 pm

Oblivious


สมาชิก

อาร์ต - รชต สุวะมินทร์ (ร้องนำ)
อุ้ย - วรานนท์ ลียะวัฒนกุล (กีตาร์)
ร็อค - ปศกร ตระกูลขำ(กีต้าร์)
บอย - ธนวัฒน์ ไตรยัญสุวรรณ (เบส)
เมย์ - ธนดล ทองอ่อน (กลอง)

อ็อบบลิเวียส (Oblivious) คือสมาชิก 5 คนที่รวมตัวกันขึ้นเมื่อราวๆ 3 ปีที่แล้ว เมื่อประมาณเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2548 ที่เล่นแนวเพลง อัลเทอร์เนทีฟเมทัล โดย อาท(ร้องนำ) อุ้ย(กีต้าร์) ร็อค(กีต้าร์) บอย(เบส) ซึ่งเคยเป็นเพื่อนสมัยเรียนไทยวิจิตรศิลปกันมาก่อน แต่ตอนนั้นต่างคนต่างมีวงของตัวเอง จังหวะนั้น อุ้ย ซึ่งเปิดห้องซ้อมดนตรี Home Music ต่างคนก็ต่างพาวงของตัวเองมาซ้อมที่ห้องซ้อมของอุ้ย และทุกครั้งที่เลิกซ้อม ก็มักจะลงมานั่งคุยกันเสมอ และก็ขึ้นไปซ้อมแจมกันอยู่บ่อยครั้ง จนมาวันหนึ่ง มานั่งคุยกันเล่นๆว่ารวมวงเล่นเพลง cover แต่ตอนนั้นขาดมือกลอง ร็อคได้ชวนเมย์ (มือกลอง) ซึ่งเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต (คณะวิทยาลัยดนตรี) ด้วยกัน ซึ่งเมย์ก็ตอบตกลง แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มซ้อมกันอย่างจริงจัง ทั้ง Cover และแต่งเพลงไปด้วยพร้อมๆกัน ซึ่งระหว่างนั้น พวกเขาก็ตระเวนเล่นตามงาน Underground ต่างๆไปด้วย ในเร็ววันนี้ อัลบั้มแรกของพวกเขาที่ใช้ชื่อว่า "More Sugar Extra Tatto" ภายใต้สังกัดมิวสิค บักส์ กำลังจะคลอดออกมาให้เราได้ฟังและได้มันส์ แต่กว่าจะมาเป็นความดุดันอันสวยงามของพวกเขาอย่างทุกวันนี้ คงต้องบอกว่า ที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็น อ็อบบลิเวียส ก็ถือว่าโชกโชนและโลดโผนไม่น้อย นั่นหมายความว่า อัลบั้มชุดนี้จะต้องมีอะไรน่าสนใจที่เราเองก็คงไม่อาจมองข้ามได้ จนมาวันหนึ่ง มีทีมงานของทาง Music Bugs ได้มาเจอพวกเราที่งาน Underground งานหนึ่ง จึงได้ชักชวนให้ลองส่ง Demo เข้าไปที่ Music Bugs ซึ่งทาง Music Bugs ก็ให้โอกาสพวกเราได้เข้ามาทำงานกัน
[center]
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 4:27 pm

Ebola



สมาชิก

เอ๋ กิตติศักดิ์ บัวพันธ์ (ร้องนำ)
กอล์ฟ วรรณิต ปุณฑริกาภา (กีต้าร์)
โอ๋ สุรพงษ์ บัวพันธ์ (กีต้าร์)
เอ เชาวลิต ประสงค์สิน (เบส)
พัน พงษ์พันธุ์ โพธินิมิตร (กลอง)


ประวัติ

อีโบล่า (Ebola) ประกอบด้วย เอ๋ กิตติศักดิ์ บัวพันธ์ (ร้องนำ) , กอล์ฟ วรรณิต ปุณฑริกาภา (กีต้าร์) , โอ๋ สุรพงษ์ บัวพันธ์ (กีต้าร์) , เอ เชาวลิต ประสงค์สิน (เบส) และ พัน พงษ์พันธุ์ โพธินิมิตร (กลอง)

อีโบล่าได้ก่อตั้งวงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดยกลุ่มเพื่อนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี อีโบล่าเริ่มเป็นที่รู้จักมาจากเพลงใต้ดินจากการแสดงในคอนเสิร์ตใต้ดินหลาย ครั้งจนมีกลุ่มแฟนๆ พร้อมกับมีผลงานอัลบั้มอย่าง E.P.97 (เดโม) , IN MY HATE (พ.ศ. 2542) , SATISFY (พ.ศ. 2544) , EBOLA LIVE (พ.ศ. 2545) ในสังกัดค่ายเพลงอิสระจัสติค มิวสิก[1]

อีโบล่า เริ่มมีชื่อเสียงในวงกว้างขึ้น ในการร่วมงานกับวอร์นเนอร์ มิวสิกในชุด POLE (พ.ศ. 2547) ซึ่งมีเพลงอย่าง "ความเป็นไป" "จำ" "ในความเป็นคน" และ "Get Out" เพลงประกอบโฆษณาเครื่องดื่ม M Max ในช่วงอัลบั้มนี้เองที่อีโบล่าได้รับเกียรติให้เป็นวงเปิดการแสดงให้กับ ศิลปินระดับโลกถึง 2 วง คือ Linkin Park และ Slipknot โดยคอนเสิร์ต Linkin Park Live In Bangkok นั้น ที่มีผู้ชมกว่า 30,000 คน ในวันนั้นอีโบล่าได้เล่นเพลงกว่าสิบเพลง นับเป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่มีผู้ชมมากที่สุดในไทยเลยทีเดียว

ปี พ.ศ. 2548 สานต่อความสำเร็จด้วยอัลบั้ม ENLIGHTEN ที่มีเพลง “แสงสว่าง” เป็นเพลงนำร่อง ซิงเกิ้ลที่สอง "กลับสู่จุดเริ่มต้น" กลายเป็นเพลงฮิตขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ทเอ็มทีวีไทยแลนด์และ หลายชาร์ทวิทยุ จากนั้นอีโบล่าปล่อยเพลงอะคูสติคบัลลาดเพลงแรกของวง "สิ่งที่ฉันเป็น" ให้เป็นเพลงฮิตอีกหนึ่งเพลง อัลบั้ม Enlighten ยังประสบความสำเร็จด้านรางวัลด้วยการคว้ารางวัล Seed Awards 2005 สาขา Producer ยอดเยี่ยม (ร่วมกับ วารุศ รินทรานุกูล) และ อัลบั้มเพลงร็อกยอดเยี่ยม จากนิตยสาร Hamburger

อีโบล่าเข้าสู่ปีที่ 10 ในเส้นทางดนตรีด้วย SURVIVOR CONCERT คอนเสิร์ตครั้งแรกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของสมาชิกทั้ง 5 ที่ธันเดอร์ โดม เมืองทองธานี เสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2549[2]

นอกจากนั้นเพลง สิ่งที่ฉันเป็น หนึ่งเพลงเด่นจากอัลบั้ม Enlighten ได้ถูกเลือกให้เป็นเพลงนำในภาพยนตร์ไทยเรื่อง Me...Myself นำแสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และนางเอกหน้าใหม่ แอม ฉายนันท์ มโนมัยสันติภาพ สร้างและกำกับโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง[3]

ปี พ.ศ. 2550 กับ THE WAY สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 5 เปิดตัวอัลบั้มด้วยเพลง “วิถีทาง” และซิงเกิ้ลที่สอง "การจากลา" อัลบั้มชุดนี้อีโบล่ามีการใช้เครื่องสายผสมกับดนตรีร็อกที่หนักแน่นในสองซิ งเกิ้ลแรก พร้อมกับได้ร่วมงานกับ Rivermaya วงร็อกอันดับหนึ่งจาก ฟิลิปปินส์ ในเพลง "ทางเลือก" อัลบั้มนี้อีโบล่าได้ให้ความสำคัญกับด้านเสียง จึงได้ให้ Dave Collins มือ mastering ชั้นนำของวงการเพลง ที่เคยได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลก รวมถึงอัลบั้ม Minutes To Midnight อัลบั้มล่าสุดของ ลินคิน พาร์ค มามาสเตอร์ให้
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 4:38 pm

Ritalinn



สมาชิก


* นันธิภาคย์ สินสิวะมงคล (เฟิร์น) (ร้องนำ) ,(กีตาร์)
* คงกฤษ คล้ายแดง (อาร์ต) (กีตาร์)
* ปารโมทย์ แก้วจันทร์ (โจ) (เบส)
* พงษ์ดนัย นัยนานนท์ (บอล) (กลอง)

ไรทาลิน คือวงพังค์ร็อกที่ มีส่วนผสมของอีโม ประกอบด้วยสมาชิก เฟิร์น- นันธิภาคย์ สินสิวะมงคล ร้องนำและเล่นกีตาร์, ปารโมทย์ แก้วจันทร์ หรือ โจ ในตำแหน่งมือเบส, พงษ์ดนัย นัยนานนท์ หรือบอล มือกลอง และ คงกฤษ คล้ายแดง หรืออาร์ท ในตำแหน่งมือกีตาร์

ไรทาลินมีโอกาสขึ้นแสดงตามงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน Nirvana Tribute Concert ตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ต่อมาได้มีผลงานในเพลง "เกิดมาเพื่อสิ่งนี้" ในโปรเจกต์ DO IT OR DIE งานโปรเจกต์พิเศษฉลองครบรอบ 10 ปี ของค่ายอินดี้ มิวสิก บั๊กส์ จนมีผลงานอัลบั้มเต็มครั้งแรก กับอัลบั้ม Heaven & Hell
[center]
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 4:42 pm

QUAKE



สมาชิก


* วิทวัส เลี้ยงศิริประเสริฐ (ไก่) ร้องนำ
* สิทธิกร นามวงศ์อภิชาติ (แฮ็ป) ร้องนำ-คอรัส
* พรสุลักษณ์ กุลทรัพย์ (เป้ง) เทิร์นเทเบิล-แซมเปิล
* มานะศักดิ์ ชัยศิริ (อาร์ต) ลีดกีตาร์
* สุรพลน้อย โทณะวณิก(เนี้ยบ) ลีคกีตาร์
* ธนยุทธ โภคสมบูรณ์กิจ (ยุทธ) เบส
* เจษฎา ถนัดธนูศิลป์ (บอม) กลอง

เควก QUAKE ก่อตั้งเมื่อปี 2540 เริ่มต้นจาก ไก่ (ร้องนำ) ขณะที่เล่นดนตรีคิดว่า อยากจะทำเพลงใต้ดิน ที่ช้อบกันและได้ไปชวน อาร์ธ (กีต้าร์) และ เจ (เบส) ซึ่งเป็นเพื่อนที่เคย ร่วมวงกันมาทำเพลงกันเล่นเพลงที่เราแต่งกันและก็เล่นเพลง คัฟเวอร์ไปด้วย เราก็เปลี่ยนมือกลองมา ถึง 2 คนเพราะความไม่ลงตัว จนได้มาเจอ บอม (กลอง) ที่ร้านดนตรี ซึ่งชอบดนตรีแนวเดียวกัน จึงได้มาร่วมงานกัน ในขณะนั้นเรา เล่นคัฟเวอร์ และแต่งเพลงไปด้วย และเราก็ได้ชื่อวง QUAKE มาด้วย

ในตอนนั้นต้องการมือกีต้าร์อีกคนนึง ซึ่งก็คือ เนี๊ยบ (กีต้าร์) ซึ่งเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ชวนมาร่วมวงกัน เป็นที่ลงตัวมาก , และชวนแฮ๊ป (คอรัส) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเนี๊ยบ เพื่อมาเพิ่มความโหดของเสียงร้องพลัดกันถ่มคำสถบทั้งร้องและแร๊ปสลับกัน หลังจากนั้นก็ได้รู้จักกับพี่ ธเนศ แห่งค่ายจัสติกมิวสิคและได้ขึ้นเล่นเวทีครั้งแรกที่ ร๊อคผับ เล่นเป็นวงเปิดให้วง Himza และเล่นคอนเสิร์ตเรี่อยมา จนได้ได้เข้าห้องอัดกันและได้ทำงานชุดแรกออกมาเมื่อปี 44 ใช้ชื่ออัลบั้ม ว่า Worse Social ส่วนในชุด 2 ที่กำลังซุ่มทำนี้ ได้เปลี่ยนแปลง สมาชิกใหม่คือ ต้า (เบส) ได้เข้ามาแทนที่ เจซึ่งได้ออกจากวงไป และเราก็ได้ เป้ง (samples – scratching) มาร่วมงานกัน จนตอนนี้เรามีสมาชิกอยู่ 7 คน พร้อมที่จะบรรเลงความมันเขย่า ให้พวกคุณสะเทีอนจนยืนติดไม่อยู่กับพื้น แน่นอน กับพวกเรา วง " Quake "

หลังจากสั่งสมประสบการณ์กับการทำดนตรีใต้ดินมานานถึง 6 ปีสมาชิกวงเควก (Quake) ประกอบด้วย ไก่ - วิทวัส เลี้ยงศิริประเสริฐ (ร้องนำ) แฮ็ป - สิทธิกร นามวงศ์อภิชาติ (คอรัส) อาร์ต - มานะศักดิ์ ชัยศิริ (กีต้าร์) เนี๊ยบ - สุรพลน้อย โทณะวณิก (กีต้าร์เบส) เป้ง - พรสุลักษณ์ กุลทรัพย์ (เทิร์นเทเบิ้ล) บอม - เจษฎา ถนัดธนูศิลป์ (กลอง) ได้ออกอัลบั้ม Worse Social ใต้ดินอัลบั้มแรก หลังจากนั้น ได้ย้ายค่ายไปอยู่กับ Real And Sure ได้ออกอัลบั้ม พิเศษ Military ซึ่งได้รวมวง Metal เช่น Carnivora , Cough , aladin ,Scar ,Quake เป็นอัลบั้มพิเศษ ได้ฤกษ์ออกอัลบั้มบนดินอัลบั้มแรกที่ชื่อว่า After Shock ในแนวนูเมทัล ได้มือเบส คนใหม่ ธนยุทธ โภคสมบูรณ์กิจ (ยุทธ)รวมกันเป็น 7 คน หลังจากนั้นได้ออกจาก Real and Sure หลังจากที่บริษัทถูกปิด ตอนนี้กำลังทำงานเพลงต่อไป แต่ยังไม่มีค่าย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 5:14 pm

SMF

สมาชิกในวง


* ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ (โป่ง) ตำแหน่ง ร้องนำ
* นำพล รักษาพงษ์ (โต) ตำแหน่ง กีตาร์
* จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย (ป๊อป) ตำแหน่ง กีตาร์
* ณรงค์ ศิริสารสุนทร (รงค์) ตำแหน่ง เบส
* สมาน ยวนเพ็ง (หมาน) ตำแหน่ง กลอง (ชุดที่ 1)
* Sel Vester Lester C.Esteban (Lester) ตำแหน่ง กลอง (ชุดที่ 2)
* ดำรงสิทธิ์ ศรีนาค (ปิงปอง) ตำแหน่ง กลอง (ชุดที่ 3)
* ประทีป วรภัทร์ (หมู) ตำแหน่ง คีย์บอร์ด (ชุดที่ 3)

หิน เหล็ก ไฟ (Stone Metal Fire) (ตัวย่อ : SMF) เป็นชื่อวงดนตรีและชื่ออัลบั้มชุดแรกของวงหิน เหล็ก ไฟ โดยออกจำหน่ายเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ. 2536 จัดทำโดยค่าย อาร์เอส โปรโมชัน โดยได้บันทึกเสียงที่ห้องอัด เซ็นเตอร์ สเตจ ของแอ๊ด คาราบาว เพลงที่ได้รับความนิยมในอัลบั้มนี้ได้แก่ ยอม, เพื่อเธอ, นางแมว, พลังรัก, สู้, ร็อคเกอร์ โดยอัลบั้มหิน เหล็ก ไฟ เป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 1 ล้านตลับ โดยได้รับรางวัลสีสันอวอร์ดครั้งที่ 6 (พ.ศ. 2536) สาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และโปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงคอนเสิร์ต "ช็อต ชาร์จ ช็อค ร็อก คอนเสิร์ต" (Short Charge Shock Rock Concert) ครั้งที่ 1 ที่ สนามกีฬาอินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการดนตรีไทย โดยเป็นวงร็อกวงแรกของไทยที่ทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านตลับ และคอนเสิร์ต ช็อต ชาร์จ ช็อค ร็อก คอนเสิร์ต ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเป็นคอนเสิร์ตของศิลปินไทยที่มียอดผู้ชมมากที่สุดในปี พ.ศ. 2536 จนต้องจัดครั้งต่อมาในปี พ.ศ. 2537 และ พ.ศ. 2538

หิน เหล็ก ไฟ ออกอัลบั้มอีกเป็นชุดที่ 2 ในปี พ.ศ. 2537 ในชื่อชุด " คนยุคเหล็ก " มีเพลงที่ได้ความนิยมเช่น คนยุคเหล็ก, มั่วนิ่ม, คิดไปเอง เป็นต้น จากนั้นสมาชิกในวงก็แยกย้ายออกไป โป่ง ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ กับ ป๊อบ จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย ยังคงอยู่โดยรวมตัวกันในชื่อวง " The Sun " ออกอัลบั้มอีกในปี พ.ศ. 2540 และปี พ.ศ. 2543 จากนั้นในปี พ.ศ. 2547 สมาชิกในวงได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และเพิ่มสมาชิกใหม่เข้ามาอีก คือ ปิงปอง ไฮ-ร็อก ดำรงสิทธิ์ ศรีนาค และออกอัลบั้มเป็นชุดที่ 3 ในชื่อชุด " Never Say Die "
[center]
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 5:23 pm

สะเลอ (Slur)



สมาชิก

จักรพันธ์ บุณยะมัต (เย่/เต้) ร้องนำ, กีต้าร์
อารักษ์ อมรศุภศิริ (เป้) กีต้าร์
ธนันต์ บุญญธนาภิวัฒน์ (บู้) เบส
ธิติพันธุ์ อนะวัชพงษ์ (เอม) กลอง
อดีตสมาชิก
ธีรวัต อุทัย (แบงค์) ทรัมเปต

ในปี พ.ศ. 2548 เย่ นักร้องนำ และเอม มือกลอง ได้พบกันที่บ้านเพื่อนเพื่อเล่นดนตรี และได้ดูมิวสิกวิดีโอ Last Night ของวงสโตรกส์ จากนั้นทั้งสองจึงตกลงทำเพลงที่ง่ายแต่เล่นเทคนิคเสียงมาก (music that very simple but requires a lot of effort on sound design) โดยตั้งชื่อโปรเจกว่า เดอะเซฟพาร์ ทั้งสองคนได้ทำดนตรีและวางจำหน่ายในงานแฟตเฟสติวัล ครั้งที่ 3 จำนวน 50 แผ่น ซึ่งขายหมด

ต่อมาเอมได้ชวนกาหลิบ เพื่อนสมัยมัธยมมาทำดนตรีด้วยกันโดยเป็นมือเบส กาหลิบได้แนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักแบงค์ มือทรัมเปต ซึ่งได้เข้าเป็นสมาชิกของวงตามความสนใจของเย่ที่อยากมีเสียงทรัมเปตในเพลง เมื่อมีสมาชิกสี่คนแล้ว วงจึงทำเดโมเพื่อเล่นในคอนเสิร์ต ไลฟ์ อิน อะเดย์ จัดโดยนิตยสารอะเดย์ ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่เปิดโอกาสให้วงดนตรีต่างๆ นอกกระแสหลักได้แสดงสดบนเวทีใหญ่ และมีการขายซีดีเดโมในงานด้วย โดยแบงค์เป็นผู้ตั้งชื่อวงเพื่อใช้บนปกซีดี ชื่อวงอิงจากคลาสทรัมเปตที่แบงค์เรียน และสอดคล้องกับคำในภาษาไทยที่แปลว่าคนที่ไม่ค่อยได้เรื่องราว วงมีโอกาสแสดงในไลฟ์ อิน อะเดย์ ครั้งที่ 2 แต่เกิดฝนตกทำให้ไม่สามารถแสดงได้ แต่อะเดย์ได้นำเพลงของวงซึ่งต่อมาชื่อว่า "A Day" รวมในอัลบั้มอะเดย์ 3 เพลงนี้จึงเป็นเพลงแรกของวงที่ได้วางจำหน่าย

จากนั้น เย่ได้พบกับเป้ที่ห้องซ้อมดนตรีแห่งหนึ่ง และได้ชวนเป้เข้าเป็นสมาชิกวง เมื่อเป้ฟังการซ้อมของวงที่บ้านกาหลิบ จึงตัดสินใจเป็นมือกีตาร์ของวง และวงได้ย้ายสถานที่ซ้อมมายังบ้านของเป้ ต่อมากาหลิบได้แยกตัวออกไปทำงาน และบู้ได้รับคัดเลือกเป็นมือเบส ของวงแทนกาหลิบ วงที่มีสมาชิกห้าคนได้แสดงตามงานในมหาวิทยาลัยและงานดนตรีนอกกระแสหลักต่างๆ ควบคู่กับการทำเดโมเพลง พวกเขาได้ส่งเดโมเพลงไปตามค่ายเพลงต่างๆ รวมทั้งสมอลล์รูม แม้ในคราวแรกทางค่ายจะเห็นว่าเดโมเพลงที่สะเลอส่งมานั้นมีจุดบกพร่องอยู่ บ้าง แต่ทางวงก็ได้ส่งเดโมชุดที่สองไปอีก และในคราวนี้ทางค่ายได้ให้โอกาสวงในการร่วมทัวร์คอนเสิร์ตของค่าย วงเริ่มเป็นที่จับตามองในฐานะคลื่นลูกใหม่ของวงการเพลงนอกกระแสหลักของไทย

ต่อมา สะเลอได้ออกอัลบั้มเต็มชุดแรก boo! เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2549 และวงเริ่มมีชื่อเสียงในวงกว้างนับต้งแต่บัดนั้น จากนั้นในต้นปี พ.ศ. 2551 วงได้รับเชิญจาก Noisedeluxe records ประเทศเยอรมัน ให้ไปแสดงคอนเสิร์ตและนำผลงานไปจำหน่าย และในช่วงปลายปีได้ออกอัลบั้มชุดที่สอง bum โดยมีสมาชิกเพียงสี่คน คือ เย่ เอม เป้ และบู้
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 5:27 pm

Socool



สมาชิก

พรภพ จันทร์เจริญ (โจ๊ก) กีต้าร์ / ร้องนำ
อดิเทพ ประสงค์ (กอล์ฟ) ร้องนำ
ปริญญา ทองสุข (แจน) กีตาร์
ศุภลักษณ์ ทองสุข (เจม) เบส
ภูพิณ จันทร์เจริญ (มาร์ช) กลอง

วงโซคูล (อังกฤษ: So Cool) เป็นวงร็อกรุ่นใหม่ที่ยึดเอาความเป็นไทยมาเป็นเอกลักษณ์ ในเครือ GMM Grammy สังกัด อัพจี มีเพลงที่ได้รับความนิยมมากมาย เช่น คนเจียมตัว อกหักจากมือถือ เลี้ยงส่ง คนถัดไป ซากอ้อย ย้อมใจ ฟ้าสาป Messageผิดเบอร์ Outใจ คนขำๆ ไผ่ลู่ลม บาดตา สวรรค์ไม่มีตา และ ลิขิตฟ้า

สมาชิกในวงโซคูลทุกคนเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก โจ๊กกับมาร์ช เป็นพี่น้องกัน ส่วนแจนกับเจมส์ก็เป็นพี่น้องกัน ทั้งสี่คนนี้จะอยู่บ้านใกล้กัน เมื่อวงโซคูลว่างงานก็มักจะกลับบ้านเกิด บางครั้งก่อนจะมีคอนเสิร์ตก็จะมีการซ้อมดนตรีก่อนเล่นจริง

ก่อนที่พวกเขาจะได้มาเป็นนักร้อง เขาได้ไปประกวดวงดนตรียามาฮ่า และตามจังหวัดบ้านเกิดอยู่หลายครั้ง จนได้รางวัลชนะเลิศมาหลายครั้ง จึงได้มีโอกาสได้มาเป็นนักร้องค่ายแกรมมี่

โซคูลเคยมีสมาชิกด้วยกัน 4 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องกัน แต่ในปี พ.ศ. 2551 ได้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 คนคือ กอล์ฟ ชาวจังหวัดสุโขทัย รวมเป็น 5 คน เป็นนักร้องนำคู่กับโจ๊ก ซึ่งเป็นนักร้องคนเดิม โดยโจ๊กได้เห็นฝีมือของกอล์ฟจากการร้องเพลงเปิดตัวให้วงโซคูลก่อนขึ้นเล่นใน คอนเสิร์ตของโซคูลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดพะเยา จึงตั้งใจจะให้กอล์ฟออกอัลบั้มเดี่ยว แต่ด้วยความสนิทสนมกันจึงได้ตัดสินใจพาเข้าร่วมวงจนถึงปัจจุบัน
[center]
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 5:47 pm

พักยกก่อนครับเด๋วพุ่งนี้จะมาต่อใหม่ครับ ขอบคุณที่ติดตามครับผม
ขอขอบคุณที่เว็บไซค์ครับที่ให้ข้อมูลเหล่านี้ครับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
shiro
เพื่อนผู้ร่วมเสพย์
เพื่อนผู้ร่วมเสพย์
avatar

จำนวนข้อความ : 49
Musicaholic Level : 90
Good Job !! : 1
Join date : 07/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 6:57 pm

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีAbuse The Youth ด้วย ห้า ๆ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
boomja604
เมากำลังดี
เมากำลังดี
avatar

จำนวนข้อความ : 43
Musicaholic Level : 54
Good Job !! : 1
Join date : 08/09/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม   Tue Sep 08, 2009 7:19 pm

Sweet Mullet



สมาชิก

ดุลยเกียรติ เลิศสุวรรณกุล (เต๋า)
ประณัฐ ธรรมโกสิทธิ์ (แป๊บ)
นฤดม ตันทนานนท์ (อั๋น)
พิสุทธิ์ โล่ห์สีทอง (ตี่)
วิทวัส ภักดิ์แจ่มใส (หมู)
สวีตมัลเลต ได้ออกผลงานอีพี Panaphobia ในปี พ.ศ. 2546 เป็นอัลบั้มแรก ทำให้วงเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่คนฟังเพลงใต้ดิน อัลบั้มนี้ทางวงได้ประพันธ์เพลงเอง ตลอดจนกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายด้วย โดยจำหน่ายในคอนเสิร์ตที่วงได้เดินทางไปเล่นตามที่ต่างๆ ในขณะนั้นเพลงของวงสวีตมัลเล็ต ก็ได้เปิดทางคลื่นวิทยุ 104.5 Fat Radio ในช่วง Bedroom Studio ทำให้ชื่อของสวีตมัลเล็ต เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ในปีต่อมา ทางวงมีโอกาสได้เซ็นสัญญากับสังกัดจีนี่ เรคคอร์ดส โดยการชักชวนของ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ (โน่) ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์อยู่ที่ค่ายจีนี่ เรคคอร์ดส โน่ให้ทางวงลองส่งแผ่นมาที่ค่ายดู หลังจากนั้นจึงได้รับการติดต่อกลับมา และทำให้มีโอกาสได้มาร่วมงานกับจีนี่ เรคคอร์ดส ในขณะเดียวกัน วงได้มีการแปลงผู้เล่นเบสจาก กล้วย เป็น ตี่ ซึ่งเคยเป็นสมาชิกยุคก่อตั้งวง

ในอัลบั้ม Showroom Vol.1 สังกัดจีนี่ เรคคอร์ดส ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมศิลปินหน้าใหม่ของค่ายจีนี่ เรคคอร์ดส วงสวีตมัลเล็ตได้ร่วมร้องเพลงเพลง "ตอบ" ขึ้นชาร์ต 1 ใน 10 เพลงยอดนิยมทางคลื่นวิทยุต่างๆ ทำให้ทางวงได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

ในปี พ.ศ. 2548 วงสวีตมัลเล็ตได้รับเกียรติได้เล่นเป็นวงเปิดให้วงบอดี้สแลม ใน งานบอดีสแลมบีลีฟคอนเสิร์ต (อังกฤษ: Bodyslam Believe Concert) ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี และสวีตมัลเล็ต ได้มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกกันอีกครั้ง จาก วีน ผู้เล่นกีตาร์ของวงซึ่งต้องการไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ เป็น แป๊บ มือกีตาร์คนปัจจุบัน

Light Heavyweight เป็นผลงานอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ของวง เปิดตัวอัลบั้มด้วยซิงเกิลแรก "เพลงของคนโง่" และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ตามมาด้วย "หลอมละลาย" และ "หลับข้ามวัน" ตามลำดับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
ประวัติของวงดนตรีหลากหลายวงหลากหลายแนวครับครับ update รื่อยๆครับผม
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 2ไปที่หน้า : 1, 2  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
MUSICAHOLIC :: นั่งเล่น :: พูดคุย-
ไปที่: